วันพุธที่ 9 ตุลาคม พ.ศ. 2556
ความผิดลหุโทษ
ความผิดลหุโทษ
มาตรา 102 ความผิดลหุโทษ คือความผิดซึ่งต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินหนึ่งเดือน หรือปรับไม่เกินหนึ่งพันบาท หรือทั้งจำทั้งปรับเช่นว่ามานี้ด้วยกัน
- คำพิพากษาฎีกาที่ 870/2496 นอกจากความผิดตามที่บัญญัติไว้ในภาค 3 แล้ว มาตรา 102 ใช้ในกฎหมายอื่นด้วย ฉะนั้นความผิดตามพระราชบัญญัติต่าง ๆ ที่มีระวางโทษไม่เกินที่ระบุไว้ในมาตรา 102 ถือเป็นความผิดลหุโทษด้วย
มาตรา 103 บทบัญญัติในลักษณะ 1 ให้ใช้ในกรณีแห่งความผิดลหุโทษด้วย เว้นแต่ที่บัญญัติไว้ในสามมาตราต่อไปนี้
- เหตุที่ต้องบัญญัติมาตรานี้ ก็เพราะจะใช้ มาตรา 17 กับความผิดลหุโทษในภาค 3 ไม่ได้ เนื่องจาก มาตรา 17 บัญญัติให้นำบทบัญญัติในภาค 1 ไปใช้ในกรณีแห่งความผิดตามกฎหมายอื่น
อาญา มาตรา ๓๖๒ - ๓๖๖ บุกรุก
อาญา มาตรา ๓๖๒ - ๓๖๖
หมวด 8 ความผิดฐานบุกรุก
มาตรา 362 ผู้ใด เข้าไปในอสังหาริมทรัพย์ของผู้อื่น “เพื่อถือการครอบครอง”อสังหาริมทรัพย์นั้นทั้งหมด หรือแต่บางส่วน หรือเข้าไปกระทำการใดๆ อันเป็นการ “รบกวนการครอบครอง” อสังหาริมทรัพย์ของเขาโดยปกติสุข ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินหนึ่งปี หรือปรับไม่เกินสองพันบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
- ลักษณะความผิด
- คำพิพากษาฎีกาที่ 2718/2538 ความผิดฐานบุกรุกตาม ป.อ. มาตรา 362 ตอนแรก เป็นการรบกวนกรรมสิทธิ์ ตอนที่สองเป็นการรบกวนการครอบครอง และทั้งสองตอนนั้น ต้องเป็นการกระทำต่อสิทธิครอบครอง หรือกรรมสิทธิ์ในอสังหาริมทรัพย์ของผู้อื่นโดยปกติสุข ผู้เสียหายเป็น
อาญา มาตรา ๓๕๘ - ๓๖๑ ทำให้เสียทรัพย์
อาญา มาตรา ๓๕๘ - ๓๖๑
หมวด 7 ความผิดฐานทำให้เสียทรัพย์
มาตรา 358 ผู้ใดทำให้เสียหาย ทำลาย ทำให้เสื่อมค่า หรือทำให้ไร้ประโยชน์ ซึ่งทรัพย์ของผู้อื่นหรือผู้อื่นเป็นเจ้าของรวมอยู่ด้วย ผู้นั้นกระทำความผิดฐาน ทำให้เสียทรัพย์ ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินสามปี หรือปรับไม่เกินหกพันบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
- เจตนาทำให้เสียทรัพย์
- อ คณิต เห็นว่า “การทำให้ทรัพย์กลับคืนดีขึ้น ไม่เป็นความผิดฐานทำให้เสียทรัพย์” / ส่วนตัวเห็นว่า หากพิจารณาถึงการซ่อมแซมอาคาร โดยทุบไปบางส่วนเพื่อต่อเติม หรือปรับปรุง ต้องดูเจตนาผู้กระทำอีกชั้นหนึ่ง โดยส่วนของการทุบของเดิมทิ้ง แม้มีเจตนาเพื่อจะปรับปรุง ก็อาจเป็นความผิดทำให้เสียทรัพย์ได้ ลองดูตัวอย่างของ อ จิตติ หรือ อ เกียรติขจร เรื่องเจตนาทำร้าย แพทย์ตัดขาคนไข้ ในการรักษา
อาญา มาตรา ๓๕๗ รับของโจร
อาญา มาตรา ๓๕๗
หมวด 6 ความผิดฐานรับของโจร
มาตรา 357 ผู้ใดช่วยซ่อนเร้น ช่วยจำหน่าย ช่วยพาเอาไปเสีย ซื้อ รับจำนำ หรือรับไว้โดยประการใด ซึ่งทรัพย์อันได้มาโดยการกระทำความผิด ถ้าความผิดนั้นเข้าลักษณะลักทรัพย์ วิ่งราวทรัพย์ กรรโชก รีดเอาทรัพย์ ชิงทรัพย์ ปล้นทรัพย์ ฉ้อโกง ยักยอก หรือเจ้าพนักงานยักยอกทรัพย์ ผู้นั้นกระทำความผิดฐาน รับของโจร ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินห้าปี หรือปรับไม่เกินหนึ่งหมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
อาญา มาตรา ๓๕๓ - ๓๕๖
อาญา มาตรา ๓๕๓ - ๓๕๖
มาตรา 353 ผู้ใดได้รับมอบหมายให้จัดการทรัพย์สินของผู้อื่น หรือทรัพย์สินซึ่งผู้อื่นเป็นเจ้าของรวมอยู่ด้วย กระทำผิดหน้าที่ของตนด้วยประการใดๆ โดยทุจริต จนเป็นเหตุให้เกิดความเสียหายแก่ประโยชน์ในลักษณะที่เป็นทรัพย์สินของผู้นั้น ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินสามปี หรือปรับไม่เกินหกพันบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
อาญา มาตรา ๓๕๒ ยักยอก
อาญา มาตรา ๓๕๒
หมวด 5 ความผิดฐานยักยอก
มาตรา 352 ผู้ใดครอบครองทรัพย์ซึ่งเป็นของผู้อื่น หรือซึ่งผู้อื่นเป็นเจ้าของรวมอยู่ด้วย เบียดบังเอาทรัพย์นั้นเป็นของตนหรือบุคคลที่สามโดยทุจริต ผู้นั้นกระทำความผิดฐานยักยอก ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินสามปี หรือปรับไม่เกินหกพันบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
ถ้าทรัพย์นั้นได้ตกมาอยู่ในความครอบครองของผู้กระทำความผิด เพราะผู้อื่นส่งมอบให้โดยสำคัญผิดไปด้วยประการใด หรือเป็นทรัพย์สินหายซึ่งผู้กระทำความผิดเก็บได้ ผู้กระทำต้องระวางโทษแต่เพียงกึ่งหนึ่ง
สมัครสมาชิก:
ความคิดเห็น (Atom)