วันอังคารที่ 19 พฤศจิกายน พ.ศ. 2556

สรุป ป.วิอาญา

สรุปคำบรรยาย ป.วิอาญา

ผู้เสียหาย (มาตรา 2(4))

มาตรา 2(4) ให้คำนิยามว่า “ผู้เสียหาย” หมายความถึงบุคคลผู้ได้รับความเสียหาย เนื่องจากการกระทำผิดฐานใดฐานหนึ่ง รวมทั้งบุคคลอื่นที่มีอำนาจจัดการแทนได้ ดั่งที่ได้บัญญัติไว้ใน มาตรา 4,5และ6 จากคำนิยามจึงแบ่งผู้เสียหายได้ 2 ประเภท คือ 1.ผู้เสียหายโดยตรงและ 2.บุคคลผู้มีอำนาจจัดการแทนผู้เสียหาย
1.ผู้เสียหายโดยตรง ต้องมีลักษณะสำคัญ ดังนี้
- มีการกระทำความผิดเกิดขึ้น
- มีบุคคลได้รับความเสียหายจากการกระทำความผิดนั้น
- เป็นผู้เสียหายโดยนิตินัย (ผู้เสียหายโดยนิตินัย คือ ผู้ที่ไม่ได้ร่วมกระทำผิด หรือเป็นผู้ใช้ ผู้สนับสนุน หรือไม่ได้รู้เห็นการกระทำผิดด้วย)

สรุปหลักจาก แนวคำพิพากษาศาลฎีกา เกี่ยวกับความผิดอาญาฐานต่างๆ

วันพุธที่ 9 ตุลาคม พ.ศ. 2556

บรรยาย พ.ร.บ.ตำรวจ อ.สมาน 7

บรรยาย พ.ร.บ.ตำรวจ อ.สมาน 6

บรรยาย พ.ร.บ.ตำรวจ อ.สมาน 5

บรรยาย พ.ร.บ.ตำรวจ อ.สมาน 4

บรรยาย พ.ร.บ.ตำรวจ อ.สมาน 3

บรรยาย พ.ร.บ.ตำรวจ อ.สมาน 2

บรรยาย พ.ร.บ.ตำรวจ อ.สมาน 1

ความผิดลหุโทษ

ความผิดลหุโทษ


มาตรา 102     ความผิดลหุโทษ คือความผิดซึ่งต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินหนึ่งเดือน หรือปรับไม่เกินหนึ่งพันบาท หรือทั้งจำทั้งปรับเช่นว่ามานี้ด้วยกัน

-          คำพิพากษาฎีกาที่ 870/2496 นอกจากความผิดตามที่บัญญัติไว้ในภาค 3 แล้ว มาตรา 102 ใช้ในกฎหมายอื่นด้วย ฉะนั้นความผิดตามพระราชบัญญัติต่าง ๆ ที่มีระวางโทษไม่เกินที่ระบุไว้ในมาตรา 102 ถือเป็นความผิดลหุโทษด้วย

มาตรา 103     บทบัญญัติในลักษณะ 1 ให้ใช้ในกรณีแห่งความผิดลหุโทษด้วย เว้นแต่ที่บัญญัติไว้ในสามมาตราต่อไปนี้

-          เหตุที่ต้องบัญญัติมาตรานี้ ก็เพราะจะใช้ มาตรา 17 กับความผิดลหุโทษในภาค 3 ไม่ได้ เนื่องจาก มาตรา 17 บัญญัติให้นำบทบัญญัติในภาค 1 ไปใช้ในกรณีแห่งความผิดตามกฎหมายอื่น

อาญา มาตรา ๓๖๒ - ๓๖๖ บุกรุก

อาญา มาตรา ๓๖๒ - ๓๖๖

         หมวด 8               ความผิดฐานบุกรุก

          มาตรา 362      ผู้ใด เข้าไปในอสังหาริมทรัพย์ของผู้อื่น “เพื่อถือการครอบครอง”อสังหาริมทรัพย์นั้นทั้งหมด หรือแต่บางส่วน หรือเข้าไปกระทำการใดๆ อันเป็นการ “รบกวนการครอบครอง” อสังหาริมทรัพย์ของเขาโดยปกติสุข ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินหนึ่งปี หรือปรับไม่เกินสองพันบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

-          ลักษณะความผิด
-          คำพิพากษาฎีกาที่ 2718/2538 ความผิดฐานบุกรุกตาม ป.อ. มาตรา 362 ตอนแรก เป็นการรบกวนกรรมสิทธิ์ ตอนที่สองเป็นการรบกวนการครอบครอง และทั้งสองตอนนั้น ต้องเป็นการกระทำต่อสิทธิครอบครอง หรือกรรมสิทธิ์ในอสังหาริมทรัพย์ของผู้อื่นโดยปกติสุข ผู้เสียหายเป็น

อาญา มาตรา ๓๕๘ - ๓๖๑ ทำให้เสียทรัพย์

อาญา มาตรา ๓๕๘ - ๓๖๑


               หมวด 7                     ความผิดฐานทำให้เสียทรัพย์

      มาตรา 358          ผู้ใดทำให้เสียหาย ทำลาย ทำให้เสื่อมค่า หรือทำให้ไร้ประโยชน์ ซึ่งทรัพย์ของผู้อื่นหรือผู้อื่นเป็นเจ้าของรวมอยู่ด้วย ผู้นั้นกระทำความผิดฐาน ทำให้เสียทรัพย์ ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินสามปี หรือปรับไม่เกินหกพันบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

-          เจตนาทำให้เสียทรัพย์
-          อ คณิต เห็นว่า “การทำให้ทรัพย์กลับคืนดีขึ้น ไม่เป็นความผิดฐานทำให้เสียทรัพย์” / ส่วนตัวเห็นว่า หากพิจารณาถึงการซ่อมแซมอาคาร โดยทุบไปบางส่วนเพื่อต่อเติม หรือปรับปรุง ต้องดูเจตนาผู้กระทำอีกชั้นหนึ่ง โดยส่วนของการทุบของเดิมทิ้ง แม้มีเจตนาเพื่อจะปรับปรุง ก็อาจเป็นความผิดทำให้เสียทรัพย์ได้ ลองดูตัวอย่างของ อ จิตติ หรือ อ เกียรติขจร เรื่องเจตนาทำร้าย แพทย์ตัดขาคนไข้ ในการรักษา

อาญา มาตรา ๓๕๗ รับของโจร

อาญา มาตรา ๓๕๗



            หมวด 6                        ความผิดฐานรับของโจร

           มาตรา 357      ผู้ใดช่วยซ่อนเร้น ช่วยจำหน่าย ช่วยพาเอาไปเสีย ซื้อ รับจำนำ หรือรับไว้โดยประการใด ซึ่งทรัพย์อันได้มาโดยการกระทำความผิด ถ้าความผิดนั้นเข้าลักษณะลักทรัพย์ วิ่งราวทรัพย์ กรรโชก รีดเอาทรัพย์ ชิงทรัพย์ ปล้นทรัพย์ ฉ้อโกง ยักยอก หรือเจ้าพนักงานยักยอกทรัพย์ ผู้นั้นกระทำความผิดฐาน รับของโจร ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินห้าปี หรือปรับไม่เกินหนึ่งหมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

อาญา มาตรา ๓๕๓ - ๓๕๖

อาญา มาตรา ๓๕๓ - ๓๕๖



    มาตรา 353 ผู้ใดได้รับมอบหมายให้จัดการทรัพย์สินของผู้อื่น หรือทรัพย์สินซึ่งผู้อื่นเป็นเจ้าของรวมอยู่ด้วย กระทำผิดหน้าที่ของตนด้วยประการใดๆ โดยทุจริต จนเป็นเหตุให้เกิดความเสียหายแก่ประโยชน์ในลักษณะที่เป็นทรัพย์สินของผู้นั้น ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินสามปี หรือปรับไม่เกินหกพันบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

อาญา มาตรา ๓๕๒ ยักยอก

อาญา มาตรา ๓๕๒



             หมวด 5                       ความผิดฐานยักยอก

      มาตรา 352 ผู้ใดครอบครองทรัพย์ซึ่งเป็นของผู้อื่น หรือซึ่งผู้อื่นเป็นเจ้าของรวมอยู่ด้วย เบียดบังเอาทรัพย์นั้นเป็นของตนหรือบุคคลที่สามโดยทุจริต ผู้นั้นกระทำความผิดฐานยักยอก ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินสามปี หรือปรับไม่เกินหกพันบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
ถ้าทรัพย์นั้นได้ตกมาอยู่ในความครอบครองของผู้กระทำความผิด เพราะผู้อื่นส่งมอบให้โดยสำคัญผิดไปด้วยประการใด หรือเป็นทรัพย์สินหายซึ่งผู้กระทำความผิดเก็บได้ ผู้กระทำต้องระวางโทษแต่เพียงกึ่งหนึ่ง

อาญา มาตรา ๓๔๙ - ๓๕๑

อาญา มาตรา ๓๔๙ - ๓๕๑

           หมวด 4             ความผิดฐานโกงเจ้าหนี้

     มาตรา 349          ผู้ใดเอาไปเสีย ทำให้เสียหาย ทำลาย ทำให้เสื่อมค่า หรือทำให้ไร้ประโยชน์ ซึ่ง “ทรัพย์อันตนจำนำไว้” แก่ผู้อื่น ถ้าได้กระทำเพื่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้รับจำนำ ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินสองปี หรือปรับไม่เกินสี่พันบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

อาญา มาตรา ๓๔๒ - ๓๔๘

อาญา มาตรา ๓๔๒ - ๓๔๘


    มาตรา 342 ถ้าในการกระทำความผิดฐานฉ้อโกง ผู้กระทำ
(1)   แสดงตนเป็นคนอื่น หรือ
(2)   อาศัยความเบาปัญญาของผู้ถูกหลอกลวงซึ่งเป็นเด็ก หรืออาศัยความอ่อนแอแห่งจิตของผู้ถูกหลอกลวง
ผู้กระทำต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินห้าปี หรือปรับไม่เกินหนึ่งหมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

อาญา มาตรา ๓๔๑ (ต่อ) กรณีความผิดทางแพ่ง

อาญา มาตรา ๓๔๑ (ต่อ)

-          กรณีเป็นเรื่องผิดสัญญาทางแพ่ง
-          คำพิพากษาฎีกาที่ 87/2506 ผู้รับฝากเงินมีอำนาจเอาเงินที่รับฝากไปใช้จ่ายได้และมีหน้าที่ต้องคืนเงินแก่ผู้ฝากให้ครบจำนวน การที่ผู้รับฝากจ่ายเงินให้จำเลยไปเพราะถูกจำเลยหลอกลวง ต้องถือว่าผู้รับฝากเป็นผู้เสียหาย ส่วนผู้ฝากไม่ใช่ผู้เสียหาย ไม่มีอำนาจร้องทุกข์

อาญา มาตรา ๓๔๑ ฉ้อโกง

อาญา มาตรา ๓๔๑


                  หมวด 3                  ความผิดฐานฉ้อโกง

    มาตรา 341 ผู้ใดโดยทุจริต หลอกลวงผู้อื่น ด้วยการแสดงข้อความอันเป็นเท็จ หรือปกปิดข้อความจริงซึ่งควรบอกให้แจ้ง และโดยการหลอกลวงดังว่านั้น ได้ไปซึ่งทรัพย์สินจากผู้ถูกหลอกลวงหรือบุคคลที่สาม หรือทำให้ผู้ถูกหลอกลวงหรือบุคคลที่สาม ทำ ถอน หรือทำลายเอกสารสิทธิ ผู้นั้นกระทำความผิดฐาน ฉ้อโกง ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินสามปี หรือปรับไม่เกินหกพันบาทหรือทั้งจำทั้งปรับ

อาญา มาตรา ๓๔๐ ทวิ , ตรี

อาญา มาตรา ๓๔๐ ทวิ , ตรี


มาตรา 340 ทวิ          ถ้าการปล้นทรัพย์ได้กระทำต่อ “ทรัพย์ตามมาตรา 335 ทวิวรรคแรก” ผู้กระทำต้องระวางโทษจำคุก ตั้งแต่สิบปีถึงยี่สิบปี และปรับตั้งแต่สองหมื่นบาทถึงสี่หมื่นบาท
ถ้าการปล้นทรัพย์นั้น เป็นการกระทำ “ในสถานที่” ดังที่บัญญัติไว้ในมาตรา 335 ทวิวรรคสองด้วย ผู้กระทำต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่สิบห้าปีถึงยี่สิบปี และปรับตั้งแต่สามหมื่นบาทถึงสี่หมื่นบาท

อาญา มาตรา ๓๔๐ ปล้นทรัพย์

อาญา มาตรา ๓๔๐

             มาตรา 340    ผู้ใดชิงทรัพย์โดยร่วมกันกระทำความผิดด้วยกัน ตั้งแต่สามคนขึ้นไป ผู้นั้นกระทำความผิดฐาน ปล้นทรัพย์ ต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่สิบปีถึงสิบห้าปี และปรับตั้งแต่สองหมื่นบาทถึงสามหมื่นบาท
ถ้า "ในการปล้นทรัพย์" ผู้กระทำแม้แต่คนหนึ่งคนใดมีอาวุธติดตัวไปด้วย ผู้กระทำต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่สิบสองปีถึงยี่สิบปี และปรับตั้งแต่สองหมื่นสี่พันบาทถึงสี่หมื่นบาท
ถ้าการปล้นทรัพย์ เป็นเหตุให้ผู้อื่นรับอันตรายสาหัส ผู้กระทำต้องระวางโทษจำคุกตลอดชีวิต หรือจำคุกตั้งแต่สิบห้าปีถึงยี่สิบปี

slide